Posted on April 2nd, 2012 by Pattanan
ได้ไปอ่านบทความนี้มาหลายวันมากแล้วค่ะ คิดว่าหลายๆท่านก็คงจะมีความรู้เรื่องนี้อยู่บ้างแล้ว แต่เห็นยังมีใช้และวางขายกันมากมายในหลายรูปแบบ เลยไปหยิบบทความนี้มาฝาก เผื่อจะมีประโยชน์กับหลายๆท่านที่อาจจะหาข้อมูลนี้อยู่นะคะ
ระยะนี้มีข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับการใช้มะรุมรักษาโรคต่างๆ และพบกระทู้ข่าวใน Internet มากมาย รวมทั้งมีโทรศัพท์เข้ามาถามที่สำนักงานข้อมูลสมุนไพรอยู่บ่อยครั้ง ทางสำนักงานฯ จึงรวบรวมข้อมูลการวิจัยที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค และเป็นแนวทางที่จะช่วยในการตัดสินใจใช้ผลิตภัณฑ์มะรุมต่างๆ เพื่อดูแลสุขภาพ ป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบพืชสด แห้ง เป็นแคปซูล หรือเป็นสารสกัด
ในตำรายาพื้นบ้านใช้ใบมะรุมพอกแผลช่วยห้ามเลือด ทำให้นอนหลับ เป็นยาระบาย ขับปัสสาวะ และช่วยแก้ไข้ ใช้ส่วนดอกและผลเป็นยาบำรุง ขับปัสสาวะ และแก้ไข้ ใช้ส่วนเมล็ดบดพอกแก้ปวดตามข้อ และแก้ไข้
ในภาพรวมของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการวิจัยในระดับเซลล์และสัตว์ทดลองพบว่า มะรุมมีฤทธิ์ที่น่าสนใจมากมาย เช่น ฤทธิ์ลดความดันโลหิต ต้านการเกิดเนื้องอก ต้านมะเร็ง ลดระดับคอเลสเตอรอล ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ป้องกันตับอักเสบ ต้านออกซิเดชัน ต้านเชื้อแบคทีเรีย ลดระดับน้ำตาล และฤทธิ์ต้านการอักเสบ
มีการศึกษาในคนเพียงชิ้นเดียว โดยมีเพียงรายงานเกี่ยวกับการใช้ยา Septillin ® ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากพืช 6 ชนิด ได้แก่ มะรุม บอระเพ็ด จิตรลดา มะขามป้อม ชะเอมเทศ Balsamodendron mukul (พืชอินเดีย) และเปลือกหอยสังข์ โดยพบว่า Septillin ® ให้ผลดีทางคลินิกในเด็กซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน และการติดเชื้อที่ผิวหนัง
สำหรับงานวิจัยที่น่าสนใจในสัตว์ทดลองมีโดยย่อดังนี้
Read more »
Posted on March 29th, 2012 by Pattanan
ที่มาของบทความ : http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/thai/knowledgeinfo.php?id=54
ยาคุมฉุกเฉิน…เรื่องจริงที่ผู้หญิงต้องรู้
ยาคุมฉุกเฉิน ชื่อนี้คุณผู้อ่านหลายท่านอาจไม่รู้จัก แต่ถ้าบอกว่าเป็น ยาคุมกำเนิดประเภทหนึ่ง หลายท่านคงร้อง อ๋อ แต่ช้าก่อน ท่านทราบหรือไม่ว่า ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินมีความเหมือนหรือแตกต่างจากยาคุมกำเนิดแบบปกติอย่างไร อีกทั้งยาคุมกำเนิดฉุกเฉินมีวิธีใช้ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัย เป็นเช่นไร หากท่านไม่ทราบ การใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินก็จะเหมือนกับการใช้ยาอื่นๆ คือ มีประโยชน์หากใช้ถูกต้อง และก่ออาการข้างเคียงหรืออันตรายหากใช้ไม่ถูก
ยาคุมฉุกเฉินมีข้อบ่งใช้อย่างไร
Read more »
Posted on March 27th, 2012 by Pattanan
ข่าวจากเว็บไซต์สำนักสถานพยาบาลฯ แจ้งวัน เวลา และสถานที่สอบ การแพทย์แผนไทย ตามมาตรา 33 (1)(ก)
ภาคทฤษฎี วันที่ 5-7 พฤษภาคม 2555
วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม 2555
เวลา 09.00-12.00 น. ประเภทเวชกรรมไทย 1
เวลา 13.00-16.00 น. ประเภทเวชกรรมไทย 2
วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม 2555
เวลา 09.00-12.00 น. ประเภทเภสัชกรรมไทย
เวลา 13.00-16.00 น. ประเภทการนวดไทย
วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม 2555
เวลา 09.00-12.00 น. ประเภทการผดุงครรภ์ไทย
—
ดูสถานที่สอบและรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก แหล่งที่มาค่ะ: เว็บไซต์สำนักสถานพยาบาลฯ www.mrd.go.th
Posted on March 25th, 2012 by Pattanan
ได้อ่านบทความดีๆจากเว็บไซต์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เลยหยิบมาฝากนะคะ
ตั้งใจอยู่ว่าวันต่อๆไป จะเก็บอีกหลายบทความที่น่าสนใจมาแชร์กันต่อที่นี่อีกค่ะ
เมื่อสูงวัย…ร่างกายเปลี่ยน…แล้วผลการรักษาของยาล่ะ…เปลี่ยนด้วยไหม
เมื่อสูงวัย ร่างกายเปลี่ยนแปลงหลายประการ ที่เห็นได้ชัดคือ ผมขาว หน้ามีริ้วรอยเหี่ยวย่น ส่วนที่คนอื่นไม่เห็นแต่เจ้าตัวรู้สึกได้ เช่น เหนื่อยง่าย ลุกนั่งลำบาก ปวดตามข้อ นอนไม่หลับ ท้องผูก หากตรวจดูการทำหน้าที่ของอวัยวะในร่างกายก็พบความเปลี่ยนแปลงหลายประการ เช่น หัวใจมีแรงบีบตัวน้อยลง กล้ามเนื้อหัวใจมีขนาดโตขึ้น ไตทำหน้าที่เสื่อมถอยลง ลำไส้บีบตัวน้อยลง น้ำย่อยอาหารออกน้อยลง
นี่ยังไม่นับปัญหาโรคที่เข้ามาเยี่ยมกราย แต่ใช่ว่าร่างกายเปลี่ยนไปตามความสูงวัยเท่านั้น ยังมีความเปลี่ยนแปลงอีก 2 ด้านที่ควรทราบ ด้านหนึ่งคือความเปลี่ยนแปลงที่ร่างกายจะจัดการกับยาที่เข้าสู่ร่างกาย มีชื่อเรียกทางเภสัชศาสตร์ว่า ความเปลี่ยนแปลงทางเภสัชจลนศาสตร์ (pharmacokinetic changes)อีกด้านหนึ่งคือความเปลี่ยนแปลงในการตอบสนองต่อฤทธิ์ของยา มีชื่อเรียกทางเภสัชศาสตร์ว่า ความเปลี่ยนแปลงทางเภสัชพลศาสตร์ (pharmacodynamic changes)
ความเปลี่ยนแปลงทางเภสัชจลนศาสตร์ ความเปลี่ยนแปลงที่ร่างกายจะจัดการกับยาที่เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งปกติเมื่อยาเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะทำการดูดซึมยาเข้าสู่กระแสเลือดและกระจายยาไปยังเนื้อเยื่อและอวัยวะทั่วร่างกาย จากนั้นทำการเปลี่ยนสภาพยาและขับถ่ายยาออกไปจากร่างกาย ผลที่เกิดขึ้นก็คือ ยาไปยังเป้าหมายที่ต้องการได้ ในปริมาณยาและอัตราเร็วตามที่ต้องการ อีกทั้งอยู่ในร่างกายได้นานพอก่อนที่จะถูกกำจัดออกจากร่างกายแต่ความสูงวัยทำให้กระบวนการดูดซึมยาลดลง ซึ่งอาจเป็นเพราะมีการไหลเวียนเลือดที่ทางเดินอาหารน้อยกว่าเดิม มีน้ำย่อยในทางเดินอาหารน้อยลง ไม่พอที่จะละลายยา หรือทางเดินอาหารบีบตัวน้อยลง นอกจากนี้เมื่ออายุมากขึ้น สัดส่วนของเนื้อเยื่อไขมันจะเพิ่มขึ้น เป็นผลให้ยาเช่นไดอะซีแพม (diazepam) ซึ่งชอบจับกับเนื้อเยื่อไขมัน อยู่ในร่างกายนานขึ้นและมีฤทธิ์นานกว่าเดิม ในส่วนของการกำจัดยาออกจากร่างกายนั้นพบว่า ผู้สูงอายุจะมีการเสื่อมถอยของอวัยวะต่างๆ ตับมีขนาดเล็กลง เลือดที่ไปตับน้อยลง ปริมาณและความสามารถของเอนไซม์ในตับในการเปลี่ยนสภาพยาลดน้อยลง จำนวนกรวยไตน้อยลง พื้นที่ผิวสำหรับการกรองที่ไตลดลง และ เลือดที่มายังไตน้อยลง เป็นผลให้ยาถูกกำจัดออกทางตับและไตได้น้อยลง ยาจึงอยู่ในร่างกายนานขึ้น เป็นผลให้ยามีระดับในเลือดสูงหรือต่ำกว่าคนหนุ่มสาว ยายังอยู่ในร่างกายได้นานกว่า จึงต้องระมัดระวังในการใช้ยาในผู้สูงอายุ และอาจต้องปรับขนาดยาให้เหมาะสมด้วย
ความเปลี่ยนแปลงทางเภสัชพลศาสตร์ เป็นความเปลี่ยนแปลงในการตอบสนองต่อฤทธิ์ของยา กล่าวคือ
ความสูงวัยทำให้ตัวรับในร่างกายตอบสนองต่อฤทธิ์ของยาน้อยกว่าหรือมากกว่าคนหนุ่มสาว เช่น ผู้สูงอายุที่ได้รับยาในกลุ่มยากั้นแคลเซียมแชนแนล (calcium channel blockers) โดยเฉพาะยาไนเฟดิปีน (nifedipine) จะเกิดความดันโลหิตตกอย่างฉับพลัน และไม่สามารถใช้ barorecptor reflex ซึ่งเป็นกลไกของร่างกายในการปรับแก้ความดันโลหิตตก เพราะกลไกนี้จะมีความไวน้อยลงในผู้สูงอายุ ความเปลี่ยนแปลงทางเภสัชพลศาสตร์นี้เชื่อว่า เกิดจากจำนวนตัวรับที่น้อยลง ตัวรับมีความไวมากขึ้น ตัวรับมีความไวน้อยลง หรือ เป็นผลสืบเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงทางเภสัชจลนศาสตร์ที่ทำให้ปริมาณยามีมากกว่าปกติ จึงจับกับตัวรับได้มาก จึงมีฤทธิ์มาก
รศ. ภ.ญ. บุษบา จินดาวิจักษณ์
ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล
ขอขอบคุณแหล่งที่มาของบทความ :
http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/thai/knowledgeinfo.php?id=24
Posted on March 17th, 2012 by Pattanan
ไปอ่านมาวันนี้ แล้วน่าสนใจค่ะ มีประโยชน์สำหรับทุกท่านที่ใช้ มือถือแบบสมาร์ทโฟน ที่ใช้ระบบ Android ยิ่งรู้เร็วก็จะได้ทันป้องกันและระวังตัวได้เร็วนะคะ หยิบมาแชร์กันค่ะ (ถ้าอยากอ่านจากต้นฉบับแหล่งที่มาก็คลิกที่ลิงค์ด้านล่างสุดนี้ได้เลยค่ะ ที่นั่นก็ยังมี Tips อะไรดีๆอีกเยอะ)
Read more »
Posted on February 22nd, 2012 by Pattanan
แวะเอาข่าวมาฝากค่ะ เผื่อว่ามีท่านใดที่สมัครรอบปกติเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาไม่ทัน
แต่รอบนี้ ต้องไปสมัครด้วยตัวเองนะคะ ระหว่างวันที่ 5-23 มี.ค. 55
ประกาศคณะกรรมการวิชาชีพฯ เรื่อง การสอบความรู้ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทย ประจำปี 2555 (เพิ่มเติม) วันที่ 5-23 มี.ค. 55

(คลิกที่ภาพเพื่อขยาย หรืออ่านรายละเอียดฉบับเต็มได้ที่เว็บไซต์สำนักสถานพยาบาลฯค่ะ)
Posted on December 31st, 2011 by Pattanan
ที่จริงการโอนเข้าบัญชีแบบ Direct Deposit ของ clickbank เค้าก็มีมานานแล้ว
การตั้งค่าก็คล้ายกันกับของ Amazon และ CJ จะมีต่างไปคือขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้นเองค่ะ
Log in เข้าไปใน Account Setting –> My Account
Payment Information – คลิกที่ >> Edit
Direct Deposit Information :
Payment Threshold: ตั้งค่าอยากให้ส่งมาเมื่อครบยอดขั้นต่ำเท่าไร
Payment Method: Direct Deposit
Payment Frequency: Weekly หรือ Bi-weekly อยากให้ส่งบ่อยแค่ไหนก็เลือกไปค่ะ
Bank Country: UNITED STATES
Bank Name: BANGKOK BANK
Account Number: เลขที่บัญชีเราใส่ลงไปเฉพาะตัวเลขค่ะ
Routing Code: 026008691
Account Type: Savings
เสร็จแล้วคลิก ยอมรับ Terms & Conditions แล้วก็ Save Changes
จบขั้นตอนตรงนี้แล้วการตั้งค่าของบัญชีเราก็จะยังเป็นแบบการจ่ายด้วยเช็คอยู่
จนกว่าเราจะได้รับอีเมล์ส่งมาแจ้งเตือนการตั้งค่านี้ และให้เราคลิก link เพื่อยืนยันการเปลี่ยนแปลง
เมื่อคลิกยืนยันไปแล้วก็กลับไปดูหน้าการตั้งค่าได้เลยค่ะ ว่าเปลี่ยนแปลงเรียบร้อยแล้ว
Posted on December 29th, 2011 by Pattanan
สวัสดีค่ะ
พอดีว่าวันนี้ได้รับเมล์จาก Wikipedia เรื่องเกี่ยวกับการระดมทุนบริจาค โดยขอให้ช่วยส่งต่ออีเมล์ไปยังเพื่อนหรือคนที่รู้ว่าเขาได้ใช้ประโยชน์จาก Wikipedia แค่หนึ่งคน เพราะแค่หนึ่งคนที่เราส่งต่อไปนั้นถ้าหากเค้าช่วยบริจาคแค่คนละเล็กละน้อย ก็จะเพียงพอที่จะช่วยเหลือ Wikipedia ได้แล้ว (ความจริงคือมีคนใช้ Wikipedia จำนวนมาก ทั่วโลก) ซึ่งค่าใช้จ่ายที่ Wikipedia มีก็ไม่ได้ต่างจากการใช้งานของเว็บไซต์ใหญ่ๆที่ต้องใช้ Server และ staff เป็นจำนวนมาก แต่ในเรื่องของรายได้นั้นมาจากการรับบริจาคเพราะ Wikipedia เป็นองค์กรที่ไม่แสวงกำไร ให้ข้อมูลอย่างเป็นกลางโดยไม่มีโฆษณา ดังนั้นการบริจาคอย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ Wikipedia ยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างไม่ติดขัด
ถ้าเห็นประโยชน์ของ Wikipedia ก็อยากให้ช่วยกันค่ะ แค่คนละเล็กน้อยก็สามารถสนับสนุนการให้ความรู้ดีๆกับคนจำนวนมากมายได้
Read more »