เคยเดินทางไกลที่สุด.. ตอนไหน

อาจจะดูแปลกๆ ถ้าอ่านคำถามนี้ แล้วคิด..
“เคยเดินทางไกลที่สุด..ตอนไหน
ค่ะ ตอนไหน .. ซึ่งตอบได้กว้างมาก เท่าที่”คิด” ที่จะตอบ

เช่น..
ตอนอารมณ์ดี
..แล้วอยากเดินทางไปที่บางที่ ซึ่งอยู่ไกลๆ

ตอนอารมณ์เสีย
..แล้วเดินทางหนีอะไรๆ ไปให้ไกล

ตอนเย็นๆ
..เพราะปกติอยู่แต่ในบ้าน จะได้ออกไปข้างนอกบ้างก็ตอนลูกหลานพาออกไปเดินเล่นตอนเย็นๆ
(แต่ตอนที่ไม่ยังมีลูกหลานนั่นจำไม่ได้แล้ว เพราะตอนนี้เป็นอัลไซเมอร์ :) )

ค่ะ ..ยกตัวอย่างคำตอบข้างต้นจากความคิด ซึ่งอาจเป็นเงื่อนไขของเวลาและอารมณ์
แต่บางคนก็อาจจะมีคำตอบ ที่แตกต่าง จากการมีเงื่อนไขอื่นๆ

แล้วจะมีสักครั้งมั้ย
ที่เราจะเดินทาง.. โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขอะไรเลย

เคยคิดอยู่เหมือนกันค่ะ
ก็เลยทดลองดู โดยไม่สนใจว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน

แค่ลองหลับตาลง และไม่สนใจกับสิ่งภายนอก
เลยได้รู้สึก ในตอนนั้นว่า..

เราได้เดินทางแล้ว ..
แต่มันเป็นการเดินทางออกไป หรือเดินทางเข้าไปกันแน่
หลับตาลง เพียงเพื่อจะเดินทาง ท่องไป ในความคิด ความรู้สึก
หลับตาลง เพียงเพื่อจะไปให้ถึงปลายทางนั้น
ปลายทาง..ของความคิด ความรู้สึก ..ในตอนนั้น
เรากำลังคิดอะไร รู้สึกอย่างไรกันแน่

ในตอนนั้นนั่นเอง
ที่เราได้ค้นพบ.. ว่า
การเดินทาง..ที่ไกล..ที่สุดของเรา
คือการเดินทางภายในจิตใจนี่เอง
ทั้งที่มันอยู่ใกล้แค่เอื้อม..
แต่บ่อยครั้ง พอลืมตา กลับมองไม่เห็น
เดินทางไปกี่ครั้ง ..ก็ยากที่จะถึงจุดหมาย

ยิ่งถ้าเป็นในใจของใครคนอื่นแล้ว ..ยิ่งยากนัก
ดูเหมือนใกล้
แต่มันช่างลึก..
และกว้างไกลเหลือเกิน

คุณล่ะ เคยเดินทาง(เข้า)ไปมาหรือยัง.. ;)


Tags: , ,

คุณอยู่พวกไหน

ช่วงนี้ได้ยินคำถามแบบนี้หลายครั้ง
คุณเองก็คงได้ยินมาบ้าง ..รู้สึกยังไงคะ

และถ้าเป็นคุณล่ะ จะตอบว่าอะไร
หรือว่า.. นี่ก็เป็นประโยคคำถามที่คุณเองก็ใช้บ่อยๆเหมือนกัน ;)

หยิบวิดิโอทีชอบมาฝากค่ะ เผื่อว่าคำตอบที่เคยใช้ อาจเปลี่ยนไป..
เป็นโฆษณาที่เคยดูแล้วรู้สึกดีมากค่ะ ..ชื่นชมคนคิดคนทำออกมาจริงๆ

ลองมาดูกันอีกสักครั้งค่ะ เราอาจจะมีคำตอบที่เหมือนกันก็ได้..

ขอขอบคุณ ทีมงานผู้ทำโฆษณาชิ้นนี้ และแหล่งที่มา โครงการคุณธรรมนำไทย ค่ะ

ป.ล. คำตอบในใจเราคือ “พวกเดียวกันค่ะ” ไม่ใช่นกสองหัวนะคะ(เพราะไม่ใช่นกค่ะ) แต่เราเป็นคนไทย ..แล้วคุณล่ะคะ ;)


Tags: ,

ณ เวลานี้ เรากำลังทำอะไรกันอยู่

กับคำถามสั้นๆของไตเติ้ลนี้ ..หากจะตอบ คงไม่สั้นเป็นแน่.. ;)
เพราะไม่ใช่เพียงแค่คำตอบที่จะแตกต่างกันเท่านั้น
ที่มาของคำตอบ ของแต่ละคน ก็คงต่างกันออกไป

ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า ใช้เวลาที่มีอยู่นั้น ทำอะไร.. เพื่ออะไร
ค่ะ.. เพื่ออะไร ไม่ใช่แค่เพียง..เพื่อใคร

เพราะเราต่างก็รู้ดี
ว่าเราไม่ได้ใช้เวลาทั้งหมด..เพื่อใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น
เราต่างก็มีหน้าที่ ที่ต้องรับผิดชอบ มากมาย

เมื่อเราเกิดขึ้นมาได้บนโลก ..เราก็เป็นลูก
เรามีพ่อ มีแม่ที่ให้กำเนิดเรามา
ไม่ว่าท่านจะเป็นอย่างไร เราก็มีหน้าที่..ของความเป็นลูก
แม้ว่าบางท่านอาจไม่ได้ทำหน้าที่ของท่าน
แต่เราก็มีหน้าที่ของเรา..
หากเรามีความสุขกับการทำหน้าที่ โดยไม่คิดว่ามันคือหน้าที่
นั่นเป็นความรักจากหัวใจ ไม่ใช่เพียงแค่จากสมอง

เราเกิดมาบนแผ่นดินไทย ..เราก็เป็นคนไทย
เรามีหน้าที่อะไรในการยืนหายใจอยู่บนแผ่นดินนี้
อย่าถามอีกเลยว่าประเทศนี้ให้อะไรแก่เราบ้าง
เหมือนกับที่ไม่ต้องคิดว่าพ่อแม่ทำอะไร ให้เราบ้าง
ถามตัวเองดูเถอะค่ะ ..อย่ามัวดูแต่คนอื่นเลย

เราอาจเคยได้ยิน คำบางคำในบทของความรัก..
“ฉันเกิดมาเพื่อเธอ.. ฉันทำเพื่อเธอคนเดียว”
ซึ่งก็อาจเป็นจริง ในบางขณะ กับหน้าที่ของการเป็นคนรัก
แต่ถึงกระนั้น เราก็ทำเพื่อตัวเราเอง อยู่เกือบตลอดเวลา
แม้แต่ขณะที่บอกว่าทำเพื่อเธอ ..เราก็ทำเพื่อตัวเอง

เธอมีความสุข ฉันก็มีความสุขไปด้วย
โดยไม่ต้องถามว่าเธอทำอะไรให้ฉันบ้าง
แต่หากบอกว่า ฉันทำเพื่อเธอ
เธอมีความสุข แต่ฉันมีความทุกข์
เพราะไม่รู้สึกยินดีในความสุขอันชอบธรรมของเธอ
นั่นคือรักเธอ ..แน่หรือ

เริ่มเครียดกันรึยังคะ
นี่ยังไม่ได้พูดถึงหน้าที่อื่นๆ เลยนะคะเนี่ย ;)
เช่น.. ถ้าเรามีน้อง เรา็อยู่ในฐานะพี่ ก็มีหน้าที่ของความเป็นพี่
มีเพื่อน เราก็มีหน้าที่ของเพื่อน มีคุณครู เราเป็นนักเรียนก็มีหน้าที่ของการเป็นนักเรียน
มีคนรัก ก็ทำหน้าที่ของคนรัก (การมีคนรักหลายคน ถึงทุ่มเทได้ไม่เต็มที่ไงคะ)

พอมีเวลาไตร่ตรองดูรอบๆตัว เราทุกคนล้วนมีหน้าที่กันทั้งนั้นค่ะ
และบางหน้าที่ก็ทำแทนกันไม่ได้ด้วย (เช่น ที่เพลงเค้าว่า ไม่ใช่แฟน ทำแทนไม่ได้)
ขึ้นอยู่กับว่า ตรงไหนสำคัญที่สุด ณ เวลานั้น

และ.. เราเลือกที่จะ “ทำอะไร”


Tags: ,

หนี้ศักดิ์สิทธิ์

สวัสดีค่ะ ไม่ได้เข้ามาโพสเสียหลายวัน
เพราะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการศึกษาธุรกิจออนไลน์ ที่ต้องลงทุนเรื่องเวลามากพอสมควร
ซึ่งวันหลังจะมาพูดคุยให้ฟังกันนะคะ

ที่จริงก็ยังมีติดค้างเรื่องที่ต้องโพสต์อยู่อีกหลายเรื่องเลย
แต่วันนี้อยากหยิบเรื่องดีๆเอามาฝากก่อนค่ะ
พรุ่งนี้ก็วันแม่แล้ว ลองมาอ่าน มาฟังเรื่องดีๆ ที่อาจทำให้เรารู้สึกดีๆมากขึ้นกันนะคะ

เรื่องแรก เป็นเสียงอ่านประกอบดนตรี เรื่อง หนี้ศักดิ์สิทธิ์ ไพเราะและน่าฟังมากค่ะ
ซึ่งสามารถฟังแบบออนไลน์หรือดาวน์โหลดเก็บไว้ฟังได้เลยนะคะ ลองคลิกไปฟังดูค่ะ
ขอขอบคุณ: ท่านอาจารย์ชยสาโร และทีมงานที่ทำเรื่องนี้ทุกท่าน รวมถึงคุณโจโฉ สำหรับแหล่งที่มานะคะ

อีกเรื่อง หยิบมาฝาก จากอีเมล์ที่ได้รับจากหลานชายวันนี้เอง
ซึ้งๆสั้นๆ ..ก่อนถึงวันแม่ค่ะ

แม่ผู้แก่เฒ่าเดินไม่ได้คนหนึ่ง
เป็นที่รำคาญใจของลูกชายเหลือเกิน..

สมัยนั้นยังไม่มีสถานสงเคราะห์คนชรา
จึงไม่รู้ว่าจะเอาแม่ไปฝากใครให้เลี้ยงแทน
ชายหนุ่มจึงตัดสินใจ
แบกเอาไปปล่อยป่าให้อยู่ตามยถากรรม..

ระหว่างทาง
แม่ไม่ได้วอนขอ..
ไม่ถาม.. ไม่ว่าอะไร..
ตั้งใจหักกิ่งไม้ตามทาง เรื่อยไป
เข้าป่าลึก ไกลมากแล้ว
ลูกชายวางแม่ลงบนโขดหิน แล้วหันหลังกลับทางเดิมไป

ตอนนี้เอง ที่แม่ตะโกนตามหลังลูกชาย..
“ลูกเอ๋ย ..
เดินตามรอยกิ่งไม้ที่แม่หักไว้ให้นะ
จะได้ไม่หลงทาง”

ถึงตรงนี้แล้ว..
เชื่อว่าหลายๆคนก็อาจเคยมีประสบการณ์ที่ว่า
เคยไปพัก ไปอาศัย หรือได้รับน้ำใจจากใครคนอื่นมาแล้ว
เช่น ได้พักอาศัยค้างแรมสักคืนสองคืน
ได้รับการเลี้ยงอาหารกันมื้อสองมื้อ
หรือบางคน อาจเคยได้รับมากกว่านั้น..

ซึ่งเราที่เป็นคนรับน้ำใจในความเอื้ออาทรนั้น
ก็รู้สึกดีใจ ปลาบปลื้ม.. และคิดอยากตอบแทนน้ำใจนั้นเช่นกัน
หรือว่า.. ไม่เคยคิดคะ ;)

แล้วมีสักกี่ครั้งกันคะ
ที่เราจะนึกถึงข้าวปลา อาหาร เสื้อผ้า ที่พักอาศัย
ซึ่งเราใช้มาตั้งแต่เกิด ..จนมาถึงวันนี้
ใครกันนะที่เป็นผู้ให้ เป็นผู้ดูแล และคอยเป็นห่วงเป็นใย
แถมยังคอยป้อนข้าว ป้อนน้ำ
และยังต้องมาเช็ดสิ่งของที่เราขับถ่ายออกมาอีก

คิดย้อนกลับไปบ้าง สักครั้งนึงก็ยังดีค่ะ
อย่างน้อย.. ก็เป็นหนึ่งขณะที่เราคิดดี
แต่จะดีกว่านั้น..
ก็คือ คิด แล้วทำด้วย ..นะคะ
สักครั้ง.. ก็ยังดีค่ะ

ใครที่ทำอยู่แล้วก็ขอชื่นชม ณ ตรงนี้ด้วยใจจริงค่ะ
ใครที่ยังไม่ได้คิดถึงตรงนี้เลย อยากให้ลองฟังเรื่อง หนี้ศักดิ์สิทธิ์ ที่หยิบมาฝากดูค่ะ
แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ขอให้คุณทุกคนมีความสุขนะคะ ;)

ป.ล. ใครดาวน์โหลดไม่ได้ หรือว่าต้องการเป็นแบบซีดี ก็สามารถแจ้งเราในคอมเมนต์ได้นะคะ จะจัดส่งไปให้


Tags: ,

เวลาของคุณ มีมากเท่าไร..

ค่ะ ถามว่า “มีมากเท่าไร”
ไม่ใช่ “มีค่าเท่าไร” หรือ “มีราคามากแค่ไหน”
เพราะตรงนั้นมันวัดกันได้ยาก ขึ้นอยู่กับการให้ความสำคัญของแต่ละคน ซึ่งก็มักจะต่างกันออกไป

หลายๆคน มักจะบอกว่า “ไม่มีเวลา”
ทั้งๆที่เราก็รู้กันอยู่แล้ว ว่าในวันหนึ่งๆีเวลาก็มี 24 ชั่วโมง เท่าๆกัน
ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ หรือเลือกที่จะให้เวลากับอะไร หรือ ..กับใคร

พูดถึงเวลา..

เราอาจรู้นะคะ ว่าทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน ในแต่ละวัน
แต่เราก็ไม่สามารถจะมั่นใจได้เลยค่ะ ..ว่ามันเหลืออยู่อีกเท่าไร

ไม่ว่าของตัวเราเอง.. หรือของคนที่เรารัก

ก็ลองคิดดูเล่นๆค่ะ
ว่าถ้าไม่มีพรุ่งนี้ .. ตอนนี้ คุณอยากทำอะไร

อาจมีอะไร ที่เราอยากทำหลายอย่าง
และยังไม่ได้ทำ

ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป..

เราอาจเสียใจ กับสิ่งที่ยังไม่ได้ทำนั้น
มากกว่าเสียใจ กับบางสิ่งที่ได้ทำไปแล้ว
….

อาจมีบางคน ที่เราอยากให้เวลากับเค้ามากกว่านี้
แต่ก็ยังไม่ได้ให้..
หรือยังให้ไม่มากพอ

แล้วเราก็ไม่รู้อีกเช่นกัน ว่าเวลาของคนที่เรารักนั้น
จะเหลือมากกว่า หรือน้อยกว่าเรากันแน่

แต่หากว่าเรามั่นใจ
หรือมีแนวโน้มชัดเจน ว่าเค้ามีเวลาเหลืออยู่น้อยกว่าเรา

จะมัวรออะไรอีก..

จะรอให้เวลานั้น ผ่านไปจนหมด ไม่มีเหลือ
จนมานึกได้แค่เพียง “เสียดาย”
..ยังงั้นหรือ

·If tomorrow never comes..


Tags:

ความรัก ความทุกข์ ความสุข ความตาย

ทำไมถึงหยิบหนังสือเล่มนี้มาคุย ..

อย่างแรกเลยคือ เราอยากศึกษาความเป็นชีวิต ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชื่อหนังสือนี้พอดี “ความรัก ความทุกข์ ความสุข ความตาย” อยากเรียนรู้ในมุมมองของใครหลายๆคน

อย่างที่สองคือ คุณแอมเป็นศิลปินที่เราชื่นชอบและชื่นชมมานานแล้ว ซึ่งเรารู้สึกว่าเธอก็เป็นคนธรรมดาเหมือนเรา มีสุข มีทุกข์ บางครั้งก็เข้มแข็ง บางคราวก็อ่อนไหว มีเรื่องราวมากมายในชีวิต ที่เธอต้องต่อสู้ผ่านมา แต่เธอก็ยังตั้งใจทำงานและหยิบยื่นสิ่งดีๆให้กับผู้คน ซึ่งล่าสุดที่เราเห็น ก็คือหนังสือเล่มนี้ ..ลองอ่านดูค่ะ แล้วจะรู้จักตัวตนของเธอมากขึ้นในอีกมุมหนึ่ง

ความรัก ความทุกข ์ความสุข ความตาย

บางถ้อยคำ

เมื่อกว่าสามสิบปีที่ผ่านมา..
ผู้หญิงสองคนนี้เคยพบกันมาแล้วครั้งหนึ่งบนเวทีในรายการโทรทัศน์
ผู้หญิงคนแรกในฐานะพิธีกรของรายการ ในขณะที่คนหลังนั้นเป็นศิลปินนักร้องเด็กที่มีอนาคตไกล
ปัจจุบัน..
แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต และ เสาวลักษณ์ ลีละบุตร
กลับมาพบกันอีกครั้ง…บนเวทีชีวิต
เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรื่องราวผ่านบทเลงที่เขียนจากปลายปากกาของ เสาวลักษณ์ ลีละบุตร
แต่ละเพลง…จึงไม่ใช่เพลงที่ฟังแค่เพลินแล้วจบไป
ด้วยว่าระหว่างบรรทัดมีความหมายให้ค้นหา
การพบกันของผู้หญิงสองคนบนบรรทัดห้าเส้น จึงมีความหมายมากกว่าการสนทนา
เพราะแต่ละครั้งคราบอกเล่าถึง
ความรัก ความทุกข์ ความสุข ความตาย
ที่เร้นกายอยู่ในท่วงทำนองที่บ้างก็เศร้า บ้างก็สุข บ้างก็สนุกสนาน
ขอเชิญร่วมฟังเพลงเพลงเก่าในทํศนะใหม่
และขอเชิญมาร่วม…
เข้าใจ “ความรัก” รู้จัก “ความทุกข์” ไม่เพลิน “ความสุข” ไม่กลัว “ความตาย”

สำนักพิมพ์สาวิกา

สารบัญ

- เบื้องแรก
- เมย์ เลิฟ รีเมน
- ขอเป็นดั่งดวงตาให้เธอ
- คล้ายๆ ว่าใช่
- จะพูดกับคน
- นายปัจจุบัน
- บอระเพ็ด
- ผู้หญิง 2 พันธุ์
- พอ
- มนตรา ปรารถนา อารมณ์
- เมื่อนั้น
- ไม่เดือดร้อน
- เวทนา
- สวัสดีความรัก
- หญ้าอ่อน
- หากไม่มีพรุ่งนี้
- ให้อภัย
- อยากสวย
- อย่าเอ็ดไป
- อุปสรรค
- เบื้องหลัง

รายได้ทั้งหมดจากหนังสือเล่มนี้
มอบให้
สาวิกาสิกขาลัย
การศึกษาเพื่อส่งเสริมการบรรลุธรรม

บอกตามตรงว่าเปิดหนังสือมาแล้วเห็นข้อความนี้ก็รู้สึกดีกับคุณแอมมากขึ้นไปอีก.. ขออนุโมทนาด้วยค่ะ ;)


Tags: ,

7 วิธีตายอย่างสบายใจ

พูดถึงหัวข้อนี้ขึ้นมาี้ ไม่ใช่ว่าคิดอยากตายหรืออะไรในทำนองนั้นนะคะ :)

แต่จะว่าไปแล้ว ..
มีใครบ้างคะ ในโลกใบนี้ ที่เกิดมาแล้ว ไม่ต้องตาย..

7 วิธีตายอย่างสบายใจ
เป็นหนึ่งในหัวข้อที่อยู่ใน หนังสือ ณ มรณา รวมบทความคัดสรรของ ดังตฤณค่ะ

ความสบายใจ
เป็นสิ่งแรกที่ ‘ควรมี’
ระหว่างชีวิตยังไม่สิ้น
และเป็นสิ่งสุดท้ายที่ ‘ต้องมี’
ขณะกำลังสิ้นชีวิตลง

คนเราตายเหมือนกัน
แต่รูปแบบการตายต่างกัน
ความเชื่อเกี่ยวกับความตายก็ต่างกัน

ศาสนาต่างๆ พูดถึงความตายต่างกัน
แต่พูดเป็นเสียงเดียวกัน
ว่าควรตายอย่างสงบสุข
แม้คนไม่เชื่อเรื่องชาติหน้า
ก็ต้องการตายอย่างสงบสุขเช่นกัน

ค่ะ ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ในเดือนก่อน และ็ได้ฟังในรูปแบบเสียงเมื่อไม่นานมานี้ แต่เห็นว่ามีรูปแบบไฟล์ที่ี่สามารถแชร์แบบออนไลน์ได้ด้วย เลยอยากหยิบมาฝากกันค่ะ

ขอขอบคุณคุณ aomjai สำหรับการทำไฟล์ในรูปแบบนี้มาให้อ่านกันค่ะ

ขอขอบคุณ:

คุณดังตฤณ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทำหนังสือเล่มนี้ ทั้งในรูปแบบหนังสือ, ในรูปแบบเสียง และในรูปแบบออนไลน์ต่างๆ ทุกท่านด้วยค่ะ


Tags:

เปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยน

วันนี้ได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนี้ หลังจากตามหามาหลายวัน ฉบับที่ได้มาเป็น ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 ค่ะ

“ถ้าเรามีคนที่เรารักและอยากให้เขามีความสุอย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าเขาอาจจะทั้งหล่อ สวย รวย เก่ง นิสัยดี ประสบความสำเร็จ เราคงอยากมอบหนังสือเล่มนี้ให้….” ส่วนหนึ่งของคำนิยมในปกหลัง จากคุณ ฐิตินาถ ณ พัทลุง ผู้เขียน “เข็มทิศชีวิต”

พออ่านแล้วก็รู้สึกว่าดีที่ได้อ่าน ถึงแม้เพื่อนที่อ่านแล้วจะบอกว่าก็เหมือนๆในรายการนั่นแหละ แต่เราอ่านแล้วคิดว่า..ได้มากกว่านั้นค่ะ

เปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยน
โดย วรัตดา ภัทโรดม

..ชีวิตเปลี่ยนไป เพราะใจไปโรงเรียน..

ข้อความบนปกหน้า: เรื่องราว “ชีวิตเกิดใหม่” ของผู้หญิงที่เลือกปฏิเสธความสำเร็จและเงินเดือนครึ่งล้าน เพื่อพบความสุขที่แท้

เนื้อหาโดยสังเขป (จากเว็บ ซีเอ็ดบุ๊ค)

ความสุข คือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนใฝ่หา แต่ใช่ว่าทุกคนจะค้นพบได้ วรัตดา ภัทโรดม คือ ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก และมีชื่อเสียงในแวดวงการตลาดตั้งแต่อายุยังน้อย แต่สุดท้ายก็ค้นพบว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความสุขในความหมายของการเป็นมนุษย์ เธอจึงพาชีวิตเดินทางไปพบ “การเกิดครั้งที่สอง” จนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง สัมผัสเรื่องการเดินทางภายในของผู้หญิงคนนี้ได้ในหนังสือ “เปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยน” แล้วคุณจะรู้ว่า การพาตัวเองไปสู่ความสุขที่แท้ไม่ใช่เรื่องยาก..

สารบัญ : —> ตรงนี้อยากบอกอะไรเล็กๆน้อยที่เราได้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้นะคะ

- สิ่งที่ได้จากการเดินทาง —> การเดินทางภายในนั้นยิ่งใหญ่มาก
- ให้ —> ชอบมากๆบทนี้ “การให้นั้น เราต้องทำตัวให้เหมือนเมฆ ซึ่งให้ฝนกับแผ่นดิน..”
- คนขี้โมโห —> “Holding on to anger is like grasping a hot coal!”
- เครื่องดับโมโห —>ใช้หลายอย่างค่ะ แต่ไม่ยาก ลองอ่านดูค่ะ
- “ให้อภัย” ทำไมทำได้ยากเย็น —> ให้โอกาสตัวเองในการปลดปล่อยความรู้สึกในทางลบออกจากใจ
- ไม่กลัวตาย —> เวลาที่เหลือนี้ เราจะใช้อย่างไรให้มีประโยชน์มากที่สุด ทั้งกับตัวเองและต่อผู้อื่น
- อารมณ์อยากเมา —> ลองอ่านดูค่ะ เชื่อว่าหลายๆคนก็คงเคยเป็น
- ติดยา..ติดอะไรกันแน่ —> ลองอ่านเองค่ะ
- เปลี่ยนมุมมองเมื่อลองไปเที่ยว —> ลองอ่านเองค่ะ
- แต่งงาน!! —> อ่านถึงบทนี้ก็เพิ่งรู้ว่า คุณเหมียวแต่งงานแล้ว เมื่อไม่นานมานี้
- ธรรมมะกับการทำงาน —> คิดเองว่าถ้าใช้ชื่อนี้เป็นหัวข้อรายการในวันสัมภาษณ์คุณเหมียว หรือเป็นชื่อหนังสือ คงมีผู้สนใจน้อยกว่านี้ (จนกว่าจะมีคนบอกเล่าต่อๆกันอีกทอดนึง)
- วรัตดา ภัทโรดม ในวันที่เปลี่ยนแปลง
- รู้จักโกเอ็นก้า

ถ้าเคยดูในรายการมาแล้วรู้สึกสนใจ ก็อยากให้หามาอ่านกันค่ะ หรือถ้าไม่เคยดูแต่รู้สึกสนใจ ก็น่าจะลองหามาอ่านดูค่ะ อาจจะได้ข้อคิดดีๆ หรือได้ประโยชน์จากบทเรียนบางบทที่คุณเหมียวสอบผ่านมาแล้วเล่าให้เราฟังนะคะ

ขอให้คุณมีความสุขค่ะ
ขอขอบคุณคุณเหมียว และผู้เกี่ยวข้องในการทำให้เราได้มารู้จักเส้นทางสายนี้ทุกท่านนะคะ


Tags: ,