เที่ยวญี่ปุ่น(๑)

เที่ยวญี่ปุ่น(๑)

เคยนึกมั้ยคะว่าอยากไปเที่ยวที่ไหนหรืออยากทำอะไรบางอย่าง ..แค่สักครั้งหนึ่งในชีวิต

มันอาจไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร หรือว่ายิ่งใหญ่จนต้องตะกายไขว่คว้ามา เพียงแค่มันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายหรือว่าต้องไปเบียดเบียนใครเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมา ก็น่าจะลองทำดู ..ก็แค่สักครั้ง ในชีวิต

ญี่ปุ่น เป็นประเทศหนึ่งที่เราตั้งความหวังไว้ว่าจะไปเยือนสักครั้ง เพราะมันมีอะไรหลายอย่างที่ประทับใจจากการอ่านหนังสือและจากการดูหนังรวมทั้งละครทีวีที่เคยชอบนักชอบหนามาตั้งแต่เด็กๆ เพียงแต่การที่เราได้ไปเยี่ยมเยือนมาแล้วนั้น อยากบอกว่า ครั้งเดียวคงไม่พอ..

ไม่ใช่ว่าไม่ได้อะไรจากการไปในครั้งนั้นจนต้องไปอีก หรือว่าไม่พบอะไรที่น่าสนใจจนต้องไปแสวงหาด้วยตัวเองอีก ..แต่ว่ารู้สึกประทับใจมาก ตั้งแต่คนร่วมทาง คนนำทาง แม้แต่สิ่งต่างๆที่ได้พบเจอระหว่างเส้นทางการไปเยือนแต่ละที่ ที่เราไปตลอดเส้นทางทั้งสิ่งมีชีวิต และสิ่งไม่มีชีวิตที่คนเป็นผู้คิดและสร้างมันขึ้นมา..

วันนี้คงไม่ได้เล่าอะไรมากนักนะคะ ข้อแก้ตัวมีเยอะค่ะ เช่นงานค่อนข้างยุ่งมาก และก็ต้องเตรียมอ่านหนังสือสอบ ประกอบกับคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่ประจำก็ป่วยอาการหนักตอนนี้ใช้ของเพื่อนอยู่ ก็เลยต้องใช้เท่าที่จำเป็น คาดว่าคงจะคุยเรื่องราวพร้อมกับภาพได้ราวๆสิ้นเดือนเมษาหรือต้นเดือนพฤษภาโน่นเลยเพราะตอนนั้นสอบเสร็จแล้ว และเครื่องคอมฯคู่กายคงได้รับการรักษาให้สุขภาพแข็งแรงพอใช้งานได้ดีอีกครั้ง..

สำหรับเพื่อนๆหรือใครสักคนที่อยากติดตามการพูดคุยถึงทริปนี้ สามารถ subscribe เพื่อติดตามการโพสต์ของเราทางอีเมล์ได้นะคะ (ที่มุมบนขวามือค่ะ สมัครแล้วต้องไปคลิก confirm ในอีเมล์ที่สมัครไว้ด้วยนะคะ) จะได้ไม่ต้องจำว่าเราจะโพสต์อีกครั้งเมื่อไร 😉

แต่สำหรับคนที่ไม่ได้รอการบอกเล่าพูดคุยในทริปนี้ เพียงแต่อยากได้ข้อมูลของการไปญี่ปุ่นคร่าวๆก่อนก็ลองดูตามลิงค์ด้านล่างค่ะ

เริ่มจากศึกษาสภาพทั่วไปและภูมิประเทศกันก่อน ประเทศญี่ปุ่นแบ่งออกเป็นภาคต่าง ๆ 8 ภาค ในแต่ละภาคประกอบไปด้วยจังหวัดต่าง ๆ ( Prefecture ) รวมทั้งสิ้น 47 จังหวัด ดูจากที่นี่ได้ค่ะ
http://nippon-jin.com/town.html โดยเรียงลำดับจากเหนือลงมา ลองดูจากที่นี่ค่ะ http://www.jeducation.com/THAI/FRAME/frame.html

จากนั้นก็ลองเช็คสภาพอากาศออนไลน์กันที่นี่ค่ะ http://www.yomiuri.co.jp/weather_e/map.htm
(ได้ทราบมาจากมัคคุเทศน์คนเก่งในการไปครั้งนี้ของเราว่า ต้องเช็คกันทุกๆ 3 ชั่วโมงเพื่อติดตามความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศค่ะ)
นอกจากนี้ก็ลองเข้าไปดูคำแนะนำเบื้องต้นในเว็บสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียวได้ค่ะ ตัวอย่างข้อมูลที่อยากแนะนำให้อ่านก็เช่น..
==============================

คำแนะนำในการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น
พุธ, 08 สิงหาคม 2007

การเข้าเมือง

   – ชาวไทยที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นต้องขอวีซ่า โดยขอรายละเอียดที่สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นในประเทศไทย

   – ห้ามนำของเหลวทุกประเภทติดตัวขึ้นเครื่องบินเกินกว่า 100 ม.ล.

   – ห้ามนำยาเสพติดและอาวุธต่างๆ

   – การนำสินค้าปลอมแปลงและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เข้าประเทศญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย

   – มีข้อจำกัดในการนำเข้าสัตว์ และพืช รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากสัตว์ อาทิ งู จระเข้ งาช้าง

   – การนำเข้าพืช ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ต้องผ่านการตรวจของศุลกากร

   – สำหรับสินค้าปลอดภาษี : นำสุราเข้าได้ไม่เกิน 3 ขวด (760 ม.ล. ต่อขวด) บุหรี่ไม่เกิน 400 แท่ง น้ำหอมไม่เกิน 2 ออนซ์

มารยาทและวัฒนธรรม

สิ่งที่ควรทำ

   – สูบบุหรี่เฉพาะในที่ที่จัดไว้ให้

   – มีระเบียบการแยกทิ้งขยะตามท้องถิ่น เช่น ขยะเผาได้ ขยะเผาไม่ได้ ขวด กระป๋อง และ pet bottle ต่างๆ

   – การเข้าแถวถือเป็นมารยาทที่สำคัญ เช่น เข้าห้องน้ำ ร้านอาหาร ซื้อของ ขึ้นรถไฟ ลิฟท์

   – การเข้าแถวรอสำหรับห้องสุขาสาธารณะ จะมีแถวรอรวมบริเวณปากทางเข้าตามลำดับคิว มิได้ยืนรอที่หน้าห้องสุขาแต่ละห้อง

   – ชาวญี่ปุ่นนิยมการทักทายสวัสดี และการบอกกล่าวในการมาถึงหรือออกจากสถานที่รวมทั้งธรรมเนียมการกล่าวขอโทษและขอบคุณ จะอยู่ในวิถีปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ยังมีสำนวนคำกล่าวในแต่ละโอกาสเป็นการเฉพาะอีกด้วย

   – พึงรักษาความสะอาด การเก็บกวาดสถานที่ การดูแลตกแต่งสวนต้นไม้ไม่ให้รบกวนผู้อื่น

สิ่งที่ไม่ควรทำ

   – ไม่มีวัฒนธรรมการให้ทิป

   – ห้ามใช้เสียงโทรศัพท์ วิทยุ อุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์ ในรถไฟและบริการรถสาธารณะ

   – ไม่ควรต่อราคาของ

   – ไม่ควรยืนขวางบนบันไดเลื่อน / ควรยืนชิดซ้าย และหากจะเดินขึ้นให้ชิดขวา (ยกเว้นในเขตคันไซ ที่ยืน-ชิดขวา และหากจะเดิน-ให้ชิดซ้าย)

   – การซ้อนจักรยาน เป็นสิ่งผิดกฎหมายจราจร

การแต่งกาย

   – ญี่ปุ่นมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศสูง ควรตรวจสอบสภาพอากาศและแต่งกายให้เหมาะสม

   – ถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้าน / ห้อง

   – ใช้รองเท้าแตะสำหรับใส่ในบ้าน และเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะสำหรับห้องน้ำเมื่อเข้าห้องน้ำ

   – ห้ามใส่รองเท้าเข้าห้อง Tatami (ห้องเสื่อญี่ปุ่น)

   – ควรถอดหมวกและเสื้อโค้ตเมื่ออยู่ในอาคาร

   – การเข้าสถานที่อาบน้ำรวมห้ามใส่ชุดว่ายน้ำ

   – การใส่ชุดยูคาตะซึ่งจัดเตรียมไว้ที่โรงแรม ให้ใส่ซ้ายทับขวา

ศาสนา-วัฒนธรรม

   – ประเทศญี่ปุ่นไม่มีศาสนาประจำชาติ แม้คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ จะนับถือศาสนาพุทธ แต่ก็ไม่เข้มงวด และวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ มักจะเป็นไปตามประเพณีชินโต

การรับประทานอาหาร

   – คนญี่ปุ่นนิยมใช้ตะเกียบรับประทานอาหาร

   – ก่อนรับประทานอาหาร จะพูดว่า “Itadakimasu” และ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว จะพูดว่า “Gochisosama-deshita”   

   – นิยมดื่มซุป โดยยกถ้วยหรือชามขึ้นดื่ม ไม่ใช้ช้อน

   – อาหารกลางวัน มักนิยมขายเป็น set menu หรือเป็นอาหารแบบกล่อง (bento) ราคาย่อมเยาตามมาตรฐานการครองชีพญี่ปุ่น ส่วนราคาอาหารมื้อเย็น มักจะสูงกว่าอาหารกลางวัน (โดยเฉลี่ยประมาณ 1-2 เท่า)

   – ญี่ปุ่นมีบริการร้านอาหารแบบหยอดเหรียญ โดยกดเลือกรายการอาหารที่ต้องการและจ่ายเงินก่อนที่ตู้จ่ายเงินหน้าร้าน ซึ่งร้านอาหารประเภทนี้ ไม่ควรใช้เวลาในการรับประทานนาน และหลายร้านยังเป็นร้านที่ยืนรับประทานด้วย

   – ในร้านอาหารทั่วไป บริกรมักจะนำใบรายการอาหารที่สั่ง (Denpyo) มาวางที่โต๊ะ เมื่อรับประทานเสร็จแล้วให้นำ Denpyo นี้ ไปจ่ายเงินที่ Cashier ใกล้ประตู (ยกเว้นร้านอาหารใหญ่ หรือร้านแบบตะวันตก จะจ่ายเงินที่โต๊ะรับประทานฯ)

   – สามารถดื่มน้ำประปาได้

   – คนญี่ปุ่นมีความเคร่งครัดเรื่องสุขอนามัยอาหารสูง และให้ความสำคัญกับฉลากข้อมูลโภชนาการ และการหมดอายุ

คมนาคม

   – ระบบขนส่งมวลชนในเขตเมืองใหญ่สะดวก และปัจจุบันแผนที่และข้อมูลการเดินทางเป็นภาษาอังกฤษมีเพิ่มมากขึ้นกว่าในอดีต แต่พนักงานที่เกี่ยวข้องหรือประชาชนโดยทั่วไปส่วนใหญ่ ไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้  

   – ราคาแท็กซี่สูง ราคาเริ่มต้นในกรุงโตเกียวและตามเมืองใหญ่ ประมาณ 660 เยน

   – ในรถไฟและบริการรถสาธารณะจะมีที่นั่งพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ คนตั้งครรภ์ และคนพิการ ไม่ควรนั่งในที่ดังกล่าว

   – ชาวญี่ปุ่นไม่นิยมสละที่นั่งให้เด็กและผู้สูงอายุนั่ง หรือบางครั้งคนเหล่านั้นจะปฏิเสธเมื่อมีผู้สละที่นั่งให้ เนื่องจากความเกรงใจ ประกอบกับญี่ปุ่นเป็นสังคมผู้สูงอายุซึ่งมีประชากรสูงอายุส่วนใหญ่แข็งแรงช่วยเหลือตนเองได้ และไม่อยากถูกมองว่าเป็นภาระของสังคม ขณะที่เด็กนั้น เชื่อว่าต้องฝึกฝนความเข้มแข็งและอดทนอยู่เสมอ

คำแนะนำอื่นๆ

   – อาจไม่มีป้ายแนะนำเป็นภาษาอังกฤษเมื่อไปต่างจังหวัด

   – อากาศแบ่งเป็น 4 ฤดู คือ ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) และฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) และมีฤดูฝนในช่วงสั้นๆ ประมาณเดือนมิถุนายน และพายุไต้ฝุ่นในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน

   – เมื่อเกิดแผ่นดินไหว เปิดหน้าต่างและประตู ปิดแก๊ส หลบใต้โต๊ะ อย่ารีบหนีไปข้างนอก

   – ในกรณีที่พำนักในญี่ปุ่นเป็นเวลานานพอสมควร ควรตรวจสอบจุดหลบภัยของชุมชนสำหรับการเกิดเหตุฉุกเฉินต่างๆ และเตรียมอุปกรณ์ยังชีพฉุกเฉินในที่พำนักอาศัย

   – ควรแจ้งชื่อ ที่อยู่ หมายเลขติดต่อ เพื่อการติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตฯ / สถานกงสุลใหญ่

   – สามารถติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และประกาศต่างๆ ของสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่ http://www.thaiembassy.jp/  

******************************

                                                                              จัดทำโดย ฝ่ายสารนิเทศ
                                                                              สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว
                                                                              กรกฎาคม 2550

ที่มา: http://www.thaiembassy.jp/rte0/content/view/459/202/

================================
แล้ววันที่ว่างกว่าวันนี้จะมาคุยให้ฟังต่อนะคะ

One Reply to “เที่ยวญี่ปุ่น(๑)”

  1. Some truly fantastic info , Sword lily I noticed this, Some genuinely interesting details you have written.Helped me a lot, just what I was searching for : D.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *